ทีมชาติไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 ได้อีกครั้ง แม้ต้องใช้ขุมกำลังอายุน้อยและแพ้สิงคโปร์ 1-2 ในเลกสองของรอบรองชนะเลิศ โดยจะพบเวียดนาม เริ่มจากเกมแรกที่ราชมังคลากีฬาสถานในวันเสาร์

มานูเอล เบียร์ กองหลังทีมชาติไทยมองว่าการขาดผู้เล่นตัวหลักหลายคน ซึ่งสโมสรไม่ปล่อยตัวมารับใช้ชาติ ทำให้ทีมชุดนี้ไม่ได้แข็งแกร่งเต็มศักยภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าทีมจะอ่อนแอ เพราะนักเตะดาวรุ่งอย่างกากนา คำยก, เสกสรรค์ ราตรี, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย และยศกร บูรพา ต่างก้าวขึ้นมารับมือกับเวทีสำคัญได้ดี
ไทยเคยเข้าชิงชนะเลิศในปี 2024 แม้มีประสบการณ์ไม่มาก แต่แพ้เวียดนามด้วยสกอร์รวม 3-5 ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสของผู้เล่นรุ่นใหม่ที่จะเดินตามรอยนักเตะรุ่นพี่ที่เคยสร้างชื่อให้ทีมชาติไทย

เบียร์หวังดาวรุ่งคว้าแชมป์แรก
เบียร์วัย 32 ปีเคยคว้าแชมป์อาเซียนจากการแข่งขันปี 2020 ซึ่งเลื่อนมาแข่งขันในปีถัดมา เขาติดทีมชาติไทย 29 นัด หลังตัดสินใจเล่นให้ไทยตั้งแต่ปี 2017 และเคยร่วมทีมกับผู้เล่นชุดแชมป์หลายคน เช่น ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน, ธีรศิลป์ แดงดา และสารัช อยู่เย็น
ประสบการณ์ของเบียร์ รวมถึงสารัช, ปกเกล้า อนันต์ และพรรษา เหมวิบูลย์ ช่วยประคองทีมในช่วงที่สถานการณ์ยากลำบาก โดยเฉพาะท้ายเกมกับสิงคโปร์ที่ฝ่ายตรงข้ามเร่งหาประตูที่สามเพื่อพาเกมเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ
“เราไม่ได้เดินทางมาไกลเพื่อหยุดอยู่แค่นี้ เราหวังว่านักเตะดาวรุ่งจะได้เข้าร่วมกลุ่มผู้เล่นที่เคยคว้าแชมป์ เพราะมันจะเป็นถ้วยใบแรกของพวกเขา”
แพ้เลกสองแต่ไทยยังรักษาความได้เปรียบ
ไทยชนะมาแล้ว 5 นัดติดต่อกันในรายการนี้ ทั้ง 4 เกมรอบแบ่งกลุ่มและรอบรองชนะเลิศเลกแรกที่บุกชนะสิงคโปร์ 3-1 แม้ครองบอลเพียง 28 เปอร์เซ็นต์ ความพ่ายแพ้ในเลกสองจึงเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกของไทยต่อสิงคโปร์นับตั้งแต่ปี 2012 แต่ไม่เพียงพอจะหยุดไทยจากการเข้ารอบชิงชนะเลิศ
เบียร์อธิบายว่าทีมเตรียมตัวในช่วงปรีซีซันตามปฏิทินสโมสร การเดินทางและเวลาพักฟื้นที่จำกัดทำให้มีเวลาเตรียมแท็กติกไม่มากนัก เกมเลกสองเกิดขึ้นเพียงสามวันหลังเลกแรก ดังนั้นทีมจึงต้องบริหารสภาพร่างกายและเลือกแนวทางที่เหมาะกับความพร้อมของผู้เล่น
การครองบอลที่ลดลงจึงไม่ใช่ประเด็นที่เบียร์กังวลมากนัก ตราบใดที่ทีมยังบรรลุเป้าหมาย เขามองว่าการเล่นอาจไม่สวยงามในทุกช่วง แต่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะพาไทยเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

รอบชิงฯ กับเวียดนามวัดทั้งประสบการณ์และความเด็ดขาด
เวียดนามเป็นคู่แข่งที่ไทยต้องเผชิญในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง หลังเคยเอาชนะไทยในรอบชิงชนะเลิศปี 2024 ด้วยสกอร์รวม 5-3 เบียร์ย้ำว่าจากนี้ทีมต้องกลับมาโฟกัส พักฟื้น และทำงานให้เต็มที่ เพราะการผ่านเข้าชิงชนะเลิศยังไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย
สาระสำคัญสำหรับไทยคือการใช้ประสบการณ์ของผู้เล่นรุ่นเก่าควบคู่กับความกล้าของดาวรุ่ง ภายใต้เวลาฟื้นตัวและเตรียมทีมที่จำกัด แนวทางที่เน้นประสิทธิผลอาจมีความสำคัญกว่าการครองเกมอย่างต่อเนื่องในทุกจังหวะ



















